ความรู้พัฒนาการเด็กจาก Mental Kids

อ่านนิทานอย่างไรให้น่าฟังและสนุกสนาน พร้อมเทคนิคที่พ่อแม่ควรรู้

อ่านนิทานอย่างไรให้น่าฟังและสนุกสนาน 
พร้อมเทคนิคที่พ่อแม่ควรรู้

 

การอ่านนิทานให้ลูกฟังเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์มหาศาลต่อพัฒนาการของเด็ก ช่วยเสริมสร้างทักษะ
ด้านภาษา กระตุ้นจินตนาการ และปลูกฝังคุณธรรม นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงเวลาที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์
ในครอบครัว แต่ปัญหาสำคัญคือจะทำอย่างไรให้การอ่านนิทานสนุก ไม่น่าเบื่อ และสามารถดึงดูด
ความสนใจของเด็กได้

วันนี้เรามี 7 เทคนิคการอ่านนิทานให้เด็กสนุกและมีส่วนร่วม ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

 

1. ใช้น้ำเสียงที่น่าสนใจ

เปลี่ยนโทนเสียงให้เหมาะกับตัวละคร เช่น ทำเสียงคนแก่ให้แหบพร่า เสียงหมาป่าให้ดูน่ากลัว
หรือเสียงเด็กเล็กให้ดูน่ารัก สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นและทำให้เด็กอินกับเนื้อเรื่องมากขึ้น

2. ใช้การเล่าเรื่องประกอบท่าทาง

การใช้สีหน้าท่าทางในการอ่าน เช่น ทำท่าตกใจ เดินย่องๆ หรือชี้ไปที่ภาพประกอบ
จะช่วยให้เด็กสนุกและเข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้น

3. ตั้งคำถามกระตุ้นให้คิด

ระหว่างอ่านควรถามคำถามง่ายๆ เพื่อให้เด็กได้มีส่วนร่วม เช่น

  • "หนูคิดว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น?"

  • "ทำไมตัวละครนี้ถึงทำแบบนี้นะ?" คำถามเหล่านี้ช่วยพัฒนาการคิดวิเคราะห์ และทักษะ
    การสื่อสารของเด็ก

4. เลือกนิทานให้เหมาะกับช่วงวัย

  • เด็กเล็ก (1-3 ปี): นิทานภาพประกอบสีสันสดใส หรือมีคำคล้องจอง

  • เด็กโต (4-6 ปี): นิทานที่มีเนื้อเรื่องซับซ้อนขึ้น เพื่อเสริมสร้างจินตนาการและทักษะการคิดวิเคราะห์

5. สร้างบรรยากาศให้เหมาะสม

ควรเลือกสถานที่ที่สงบ ไม่มีสิ่งรบกวน ใช้แสงไฟอ่อนๆ หรืออ่านนิทานก่อนนอนเพื่อสร้างบรรยากาศ
ที่อบอุ่นและผ่อนคลาย

6. ให้เด็กมีส่วนร่วมกับเรื่องราว

  • ให้เด็กช่วยอ่านคำบางคำที่เจอในนิทาน

  • ให้เด็กลองเลียนเสียงตัวละคร

  • กระตุ้นให้เด็กลองเล่าเรื่องซ้ำในแบบของตัวเอง วิธีนี้ช่วยพัฒนาทักษะการเล่าเรื่อง
    และเสริมสร้างความมั่นใจ

7. ใช้อุปกรณ์เสริมให้เรื่องสนุกขึ้น

เพิ่มความน่าสนใจด้วย หุ่นมือ ตุ๊กตา หรืออุปกรณ์ประกอบฉาก ช่วยให้เด็กมีอารมณ์ร่วมกับเรื่องราว
และเข้าใจเนื้อหามากขึ้น

สรุป

การอ่านนิทานให้เด็กฟังไม่ใช่แค่การเล่าเรื่อง แต่เป็นโอกาสที่ดีในการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน
เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้พ่อแม่อ่านนิทานได้อย่างสนุกและดึงดูดความสนใจของเด็กได้มากขึ้น
ที่สำคัญ การอ่านนิทานเป็นประจำยังช่วยปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้
ของพวกเขาในอนาคต

อย่าลืม! ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ แล้วสังเกตดูว่าเด็กมีปฏิกิริยาอย่างไร เพื่อพัฒนาวิธีการ
อ่านนิทานให้เหมาะกับพวกเขามากที่สุด

แหล่งที่มา:

การอ่านนิทานให้ลูกฟัง เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์มหาศาล
ต่อพัฒนาการของเด็ก ช่วยเสริมสร้างทักษะด้านภาษา
กระตุ้นจินตนาการ และปลูกฝังคุณธรรม นอกจากนี้
ยังเป็นช่วงเวลาที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ ในครอบครัว
แต่ปัญหาสำคัญคือจะทำอย่างไรให้การอ่านนิทานสนุก
ไม่น่าเบื่อ และสามารถดึงดูดความสนใจของเด็กได้

วันนี้เรามี 7 เทคนิคการอ่านนิทานให้เด็กสนุก
และมีส่วนร่วม ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

 

1. ใช้น้ำเสียงที่น่าสนใจ

เปลี่ยนโทนเสียงให้เหมาะกับตัวละคร เช่น ทำเสียงคนแก่
ให้แหบพร่า เสียงหมาป่าให้ดูน่ากลัว หรือเสียงเด็กเล็ก
ให้ดูน่ารัก สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มความตื่นเต้น
และทำให้เด็กอินกับเนื้อเรื่องมากขึ้น

2. ใช้การเล่าเรื่องประกอบท่าทาง

การใช้สีหน้าท่าทางในการอ่าน เช่น ทำท่าตกใจ เดินย่องๆ
หรือชี้ไปที่ภาพประกอบจะช่วยให้เด็กสนุก
และเข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้น

3. ตั้งคำถามกระตุ้นให้คิด

ระหว่างอ่านควรถามคำถามง่ายๆ เพื่อให้เด็กได้มีส่วนร่วม
เช่น

  • "หนูคิดว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น?"

  • "ทำไมตัวละครนี้ถึงทำแบบนี้นะ?" คำถามเหล่านี้
    ช่วยพัฒนาการคิดวิเคราะห์ และทักษะการสื่อสาร
    ของเด็ก

4. เลือกนิทานให้เหมาะกับช่วงวัย

  • เด็กเล็ก (1-3 ปี): นิทานภาพประกอบสีสันสดใส
    หรือมีคำคล้องจอง

  • เด็กโต (4-6 ปี): นิทานที่มีเนื้อเรื่องซับซ้อนขึ้น
    เพื่อเสริมสร้างจินตนาการและทักษะการคิดวิเคราะห์

5. สร้างบรรยากาศให้เหมาะสม

ควรเลือกสถานที่ที่สงบ ไม่มีสิ่งรบกวน ใช้แสงไฟอ่อนๆ 
หรืออ่านนิทานก่อนนอนเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น
และผ่อนคลาย

6. ให้เด็กมีส่วนร่วมกับเรื่องราว

  • ให้เด็กช่วยอ่านคำบางคำที่เจอในนิทาน

  • ให้เด็กลองเลียนเสียงตัวละคร

  • กระตุ้นให้เด็กลองเล่าเรื่องซ้ำในแบบของตัวเอง
    วิธีนี้ช่วยพัฒนาทักษะการเล่าเรื่อง และเสริมสร้าง
    ความมั่นใจ

7. ใช้อุปกรณ์เสริมให้เรื่องสนุกขึ้น

เพิ่มความน่าสนใจด้วย หุ่นมือ ตุ๊กตา หรืออุปกรณ์
ประกอบฉากช่วยให้เด็กมีอารมณ์ร่วมกับเรื่องราว 
และเข้าใจเนื้อหามากขึ้น

สรุป

การอ่านนิทานให้เด็กฟังไม่ใช่แค่การเล่าเรื่อง
แต่เป็นโอกาสที่ดีในการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน 
เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้พ่อแม่ อ่านนิทานได้อย่างสนุก
และดึงดูดความสนใจของเด็กได้มากขึ้น ที่สำคัญ
การอ่านนิทานเป็นประจำยังช่วยปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน
ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ ของพวกเขา
ในอนาคต

อย่าลืม! ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ แล้วสังเกตดูว่าเด็ก
มีปฏิกิริยาอย่างไร เพื่อพัฒนาวิธีการอ่านนิทาน
ให้เหมาะกับพวกเขามากที่สุด

แหล่งที่มา:

Q&A

คําถามที่พบบ่อย

สถาบันประเมินพัฒนาการด้านใดบ้าง

  • ใช้แบบคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัย Denver II ครอบคลุม กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ภาษา และการช่วยเหลือตนเอง เพื่อตรวจดูระดับพัฒนาการและระบุด้านที่ควรกระตุ้นเพิ่มเติม

การประเมินใช้เวลานานแค่ไหน

  • ปกติใช้เวลา 30–50 นาที แล้วแต่ลักษณะของแต่ละเคส
  • ใครเป็นผู้ทำการประเมินเด็ก

    • ผู้เชี่ยวชาญของสถาบัน ได้แก่ อาจารย์พยาบาล และครูนักจิตวิทยา ที่ชำนาญด้านการกระตุ้นพัฒนาการเด็กโดยเฉพาะ

    ต้องจองคิวล่วงหน้าหรือ Walk-in ได้เลย

    • แนะนำให้ จองคิวล่วงหน้า เพื่อได้เวลาที่แน่นอนกว่าการ Walk-in

    เรียนหนึ่งครั้งใช้เวลากี่ชั่วโมง

    • ครั้งละ ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที แบบตัวต่อตัวกับครูนักจิตวิทยา

    ต้องเรียนกี่ครั้งถึงจะเห็นพัฒนาการ

    • โดยทั่วไป 6 เดือน–1 ปีขึ้นไป จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน (ขึ้นกับแต่ละบุคคล)
    Course List

    สะพานควาย

    Tel. 096-995-6623

    เพชรเกษม81

    Tel. 062-869-8227

    นนทบุรี

    Tel. 082-694-4562

    คูคต ลำลูกกา

    Tel. 088-983-9626

    อนุบาลปาริชาต(ปทุมธานี)

    Tel. 084-582-6398

    ระยอง

    Tel. 099-591-7926

    บุรีรัมย์

    Tel. 095-604-6655


    Change to the future เราเปลี่ยนอนาคตไปด้วยกัน



    Change to the future
    เราเปลี่ยนอนาคตไปด้วยกัน