เข้าใจอารมณ์ของตนเอง สื่อสารความรู้สึก และสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น
ค้นหาวิธีเรียนรู้ที่เหมาะกับเด็กแต่ละคน
รวมหลักสูตรและแนวทางกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กแบบองค์รวม ตั้งแต่การเคลื่อนไหว ภาษา การคิด อารมณ์ สังคม ไปจนถึงทักษะสมองส่วนบริหาร โดยออกแบบเป้าหมายจากจุดแข็ง ความต้องการ และบริบทของเด็กแต่ละคน
หลักสูตรพัฒนาการเด็กของ Mental Kids คืออะไร?
เป็นการผสานกรอบพัฒนาการแบบองค์รวมกับกิจกรรมที่มีเป้าหมาย โดยครูและผู้เชี่ยวชาญเลือกวิธีให้เหมาะกับเด็ก ไม่ใช้สูตรเดียวกับทุกคน และชวนผู้ปกครองมีส่วนร่วมเพื่อให้ทักษะต่อยอดไปสู่ชีวิตประจำวันที่บ้านและโรงเรียน
พัฒนาการที่ชัดเจนเกิดจากกิจกรรมที่เหมาะสม กำลังใจ และความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง
Triangle Mental Development Systems
เชื่อมเด็ก ผู้เชี่ยวชาญ และครอบครัวให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน
กรอบการส่งเสริมพัฒนาการที่มองเด็กทั้งคน ไม่แยกทักษะออกจากชีวิตจริง ทีมผู้สอนกำหนดเป้าหมายที่สังเกตได้ เลือกกิจกรรมตามความสนใจของเด็ก และสื่อสารกับครอบครัวเพื่อให้การฝึกมีความต่อเนื่อง
เหมาะกับ: ครอบครัวที่ต้องการแผนพัฒนาการแบบองค์รวมและเห็นทิศทางการส่งเสริมที่ชัดเจน
อ่านรายละเอียด Triangle Mental Development →เรียนรู้ผ่านกิจกรรมหลายมิติ เพื่อให้ทักษะเชื่อมโยงและนำไปใช้ได้จริง
3D Development
มองไกลกว่าพัฒนาการพื้นฐาน สู่การเรียนรู้และการใช้ชีวิต
หลักสูตรเสริมสร้างพัฒนาการเด็กหลายมิติ ครอบคลุมฐานร่างกายและประสาทสัมผัส การสื่อสารและการคิด รวมถึงอารมณ์ สังคม และการปรับตัว กิจกรรมจึงไม่ได้ฝึกทักษะแบบแยกส่วน แต่เชื่อมไปสู่การเล่น การเรียน และกิจวัตรจริง
เหมาะกับ: เด็กที่ต้องการเสริมพัฒนาการหลายด้านควบคู่กัน หรือยังนำทักษะที่ฝึกไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ได้ไม่สม่ำเสมอ
เสริมพัฒนาการเด็ก EQ • IQ • EF
รู้สึกเป็น • คิดเป็น • ลงมือทำเป็น
กิจกรรมที่ช่วยให้เด็กเข้าใจและจัดการอารมณ์ สื่อสารกับผู้อื่น คิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา พร้อมฝึกทักษะสมองส่วนบริหาร เช่น การยับยั้งชั่งใจ ความจำใช้งาน การจดจ่อ การวางแผน และความยืดหยุ่นทางความคิด
ฝึกสังเกต คิดเชื่อมโยง เรียนรู้ และแก้ปัญหาผ่านกิจกรรมที่เหมาะกับช่วงวัย
ฝึกจดจ่อ ยับยั้งชั่งใจ จดจำข้อมูล วางแผน และปรับตัวเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
เหมาะกับ: เด็กที่ต้องการเสริมความพร้อมก่อนเรียน การจัดการอารมณ์ สมาธิ การรอคอย การแก้ปัญหา และความรับผิดชอบตามวัย โดยไม่ได้รับประกันการเพิ่มคะแนนเชาวน์ปัญญา
ใช้กิจกรรมที่มีความหมายเป็นสื่อในการส่งเสริมความพร้อมสำหรับชีวิตประจำวัน
กิจกรรมบำบัด
สร้างความพร้อมผ่านการเคลื่อนไหว ประสาทสัมผัส และกิจวัตร
กิจกรรมบำบัดมุ่งสนับสนุนความสามารถที่เด็กต้องใช้ในการเล่น เรียนรู้ และดูแลตนเอง โดยอาจครอบคลุมการประมวลผลประสาทสัมผัส กล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ การวางแผนการเคลื่อนไหว การรู้คิด และทักษะกิจวัตรประจำวัน
เหมาะกับ: เด็กที่มีความท้าทายด้านการทรงตัว การใช้มือ การตอบสนองต่อสิ่งเร้า หรือการทำกิจวัตรตามวัย ทั้งนี้ควรวางเป้าหมายโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง
เริ่มจากเข้าใจเหตุผลของพฤติกรรม ก่อนเลือกวิธีสื่อสารและช่วยเหลือ
พฤติกรรมบำบัด
มองหาหน้าที่ของพฤติกรรมและสร้างทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
แนวทางเชิงพฤติกรรมช่วยให้ทีมและครอบครัวสังเกตสิ่งที่เกิดก่อนและหลังพฤติกรรม ระบุทักษะที่เด็กยังต้องการความช่วยเหลือ แล้วปรับสิ่งแวดล้อม คำสั่ง และแรงเสริม เพื่อเพิ่มการสื่อสาร ความร่วมมือ และพฤติกรรมที่ปลอดภัย
เหมาะกับ: เด็กที่มีพฤติกรรมท้าทาย ต่อต้าน เปลี่ยนกิจกรรมยาก หรือยังขาดวิธีสื่อสารความต้องการที่เหมาะสม
จังหวะและเสียงเพลงช่วยสร้างแรงจูงใจ ทำให้เด็กอยากสื่อสารและมีส่วนร่วม
ดนตรีบำบัด
ใช้ดนตรีเป็นสะพานเชื่อมการสื่อสาร การเคลื่อนไหว และอารมณ์
กิจกรรมร้องเพลง เคาะจังหวะ เล่นเครื่องดนตรี และเคลื่อนไหวตามเสียง สามารถออกแบบเพื่อฝึกการรอคอย เลียนแบบ จดจ่อ ผลัดกัน และแสดงออกทางอารมณ์ โดยคงความสนุกและความสัมพันธ์เป็นหัวใจสำคัญ
เหมาะกับ: เด็กที่ตอบสนองต่อเสียงเพลง ชอบการเคลื่อนไหว หรือต้องการเพิ่มแรงจูงใจในการสื่อสารและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น
ผลงานไม่จำเป็นต้องสวย กระบวนการลงมือทำและการสื่อสารคือสิ่งสำคัญ
ศิลปะบำบัด
เปิดพื้นที่ให้เด็กเล่าเรื่องที่อาจยังพูดออกมาได้ไม่หมด
การวาด ระบายสี ปั้น ตัด และสร้างผลงาน ช่วยให้เด็กได้สำรวจความรู้สึก ฝึกการเลือกและวางแผน เพิ่มสมาธิ ความยืดหยุ่น และความมั่นใจ โดยผู้ดูแลให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของเด็กมากกว่าความสวยงามของชิ้นงาน
เหมาะกับ: เด็กที่ชอบงานสร้างสรรค์ ต้องการช่องทางแสดงออกเพิ่มเติม หรือกำลังฝึกความต่อเนื่องและการยืดหยุ่นในการทำงาน
กำหนดทักษะเป้าหมายให้ชัด แบ่งเป็นขั้นเล็ก และติดตามข้อมูลเพื่อปรับวิธีสอน
ABA (Applied Behavior Analysis)
ประยุกต์หลักการเรียนรู้เพื่อสร้างทักษะที่จำเป็น
ABA ใช้การสังเกตข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรม กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน แบ่งทักษะเป็นขั้นที่เรียนรู้ได้ และเลือกแรงเสริมที่มีความหมายสำหรับเด็ก แนวทางควรเคารพศักดิ์ศรี ความปลอดภัย และการสื่อสารของเด็กเสมอ
เหมาะกับ: การสอนทักษะการสื่อสาร การช่วยเหลือตนเอง การเล่น การเรียนรู้ และพฤติกรรมที่ต้องการขั้นตอนกับข้อมูลติดตามอย่างเป็นระบบ
ตามความสนใจของเด็ก แล้วค่อยต่อยอดวงจรการสื่อสารให้ยาวและซับซ้อนขึ้น
ฟลอร์ไทม์ (Floortime)
เล่นอย่างเข้าใจ เพื่อชวนเด็กสื่อสาร คิด และเชื่อมโยงกับผู้อื่น
Floortime เริ่มจากการสังเกตความสนใจและระดับพัฒนาการของเด็ก ผู้ใหญ่เข้าร่วมการเล่นด้วยความอบอุ่นและปลอดภัย ก่อนสร้างโอกาสให้เด็กริเริ่ม ตอบสนอง แก้ปัญหา และขยายการสื่อสารแบบสองทางอย่างเป็นธรรมชาติ
เหมาะกับ: เด็กที่ต้องการเพิ่มการมีส่วนร่วม การสื่อสาร ความยืดหยุ่น และความสัมพันธ์กับผู้ดูแลผ่านกิจกรรมการเล่น
ชื่อหลักสูตรอาจเหมือนกัน
แต่เป้าหมายของเด็กไม่เหมือนกัน
การเลือกแนวทางควรเริ่มจากการทำความเข้าใจเด็ก ไม่ใช่เลือกจากชื่อหลักสูตรเพียงอย่างเดียว ข้อมูลในหน้านี้เป็นภาพรวมเพื่อช่วยให้ผู้ปกครองรู้จักแต่ละแนวทาง ไม่ใช้แทนการประเมิน วินิจฉัย หรือแผนการรักษาเฉพาะบุคคลจากผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง
ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากหลักสูตรไหน?
เล่าอายุ จุดแข็ง สิ่งที่กังวล และเป้าหมายของครอบครัวให้ทีม Mental Kids ฟัง เพื่อช่วยแนะนำขั้นตอนและแนวทางที่เหมาะสมก่อนเริ่มกิจกรรม