ความรู้พัฒนาการเด็กจาก Mental Kids

กระตุ้นการมองหน้าสบตาในเด็ก เพื่อการฝึกพูด

กระตุ้นการมองหน้าสบตาในเด็ก 
เพื่อการฝึกพูด

กระตุ้นการมองหน้าสบตาในเด็ก เพื่อการฝึกพูด

ความสำคัญของการมองหน้าสบตา

การมองหน้าสบตาเป็นทักษะพื้นฐานของการ ฝึกพูด โดยเด็กที่มีภาวะออทิสติกหรือเด็กที่ติดจอ
อาจพบปัญหาเรื่องนี้ การสบตาช่วยให้เด็กรับรู้และเข้าใจการสื่อสารได้ดีขึ้น เพราะมันช่วยให้เด็ก:

  • สร้างความเชื่อมโยงทางความรู้สึก ทำให้ไว้วางใจและกล้าสื่อสาร

  • กระตุ้นการรับรู้ทางสังคม เด็กสามารถสังเกตสีหน้าและอารมณ์ของผู้อื่น
    ซึ่งช่วยให้เข้าใจบริบทการใช้ภาษา

  • พัฒนาทักษะการจดจ่อ การสบตาช่วยฝึกให้เด็กมีสมาธิและจดจ่อกับบทสนทนา

  • กระตุ้นการเลียนแบบ เด็กสามารถสังเกตปากและเสียงของผู้พูด ทำให้เลียนแบบ
    การออกเสียงได้ง่ายขึ้น

เทคนิคการกระตุ้นการมองหน้าสบตาในเด็ก

1. การเล่นที่เน้นปฏิสัมพันธ์

  • เล่นจ๊ะเอ๋ (Peek-a-Boo): กระตุ้นให้เด็กมองหาผู้ใหญ่และสบตาขณะเล่น

  • เกมผลัดกันเล่น: เช่น การกลิ้งลูกบอลไปมา ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมและเพิ่มโอกาสการสบตา

  • เล่นเครื่องบิน: ให้ผู้ปกครองนอนหงาย ชันขา จับลูกวางบนขาและชูขึ้นเหนือลำตัว
    ใช้น้ำเสียงสนุกสนานให้เด็กสนใจ

2. ใช้ของเล่นหรือวัตถุดึงดูดความสนใจ

  • ถือของเล่นหรือวัตถุที่เด็กสนใจไว้ใกล้ระดับสายตา เพื่อให้เด็กที่สนใจของเล่น
    และมองหน้าเราไปพร้อม ๆ กัน

  • ใช้ของเล่นที่มีเสียงหรือแสง เพื่อกระตุ้นความสนใจ

3. สร้างสถานการณ์ที่เป็นธรรมชาติ

  • พูดคุยหรือร้องเพลงพร้อมทำท่าทางสนุก ๆ ใกล้หน้าของเด็ก

  • ทำเสียงแปลก ๆ หรือเปลี่ยนโทนเสียงเพื่อให้เด็กหันมามอง

4. ให้รางวัลเมื่อเด็กสบตา

  • ชื่นชม กอด หรือตบมือให้เด็กเมื่อเขาสบตา

  • ใช้คำพูดเสริมกำลังใจ เช่น “หนูเก่งมากที่มองตา!”

5. ฝึกผ่านกิจกรรมที่เด็กชอบ

  • เล่านิทานโดยสบตาและทำเสียงตัวละคร

  • ใช้กิจกรรมที่เด็กชอบ เช่น วาดภาพหรือสร้างบล็อก โดยหมั่นเรียกชื่อและสบตาเด็ก

6. กระตุ้นการเลียนแบบผ่านกระจก

  • ใช้กระจกเพื่อฝึกเด็กให้มองตาตัวเองและผู้ใหญ่ไปพร้อมกัน เช่น เล่นทำหน้าตลก
    หรือเปล่งเสียงต่าง ๆ

ข้อควรระวัง

  • อย่ากดดันเด็กมากเกินไป เพราะอาจทำให้เด็กรู้สึกต่อต้าน

  • ค่อย ๆ เพิ่มความถี่และระยะเวลาในการฝึก ให้เด็กมีเวลาปรับตัว

  • สังเกตพฤติกรรมของเด็ก หากเด็กแสดงความเครียดหรือต่อต้าน ควรปรับวิธีการที่เหมาะสม

อุปกรณ์เสริม

  • ใช้เครื่องประดับหรือสติ๊กเกอร์ที่เด็ก ๆ สนใจติดไว้ใกล้ใบหน้า เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่คุณครู
    ใช้เพื่อกระตุ้นความสนใจของเด็ก ๆ ในช่วงแรก

บทสรุป

การกระตุ้นให้เด็กมองหน้าสบตาเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะการ ฝึกพูด
และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางที่สร้างสรรค์และสนุกสนานจะช่วยให้เด็กมีส่วนร่วม
และเรียนรู้ได้ดีขึ้นในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างสัมพันธภาพ
ที่ดีกับผู้ปกครอง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

  1. Harvard University Center on the Developing Child. https://developingchild.harvard.edu/

  2. Pompeu Fabra University. https://beforefirstwords.upf.edu/precursors-of-language/joint-attention/

  3. Pennsylvania State University. https://storage.outreach.psu.edu/

กระตุ้นการมองหน้าสบตาในเด็ก
เพื่อการฝึกพูด

ความสำคัญของการมองหน้าสบตา

การมองหน้าสบตาเป็นทักษะพื้นฐานของ การฝึกพูด
โดยเด็กที่มีภาวะออทิสติกหรือเด็กที่ติดจอ
อาจพบปัญหาเรื่องนี้ การสบตาช่วยให้เด็กรับรู้
และเข้าใจการสื่อสารได้ดีขึ้น เพราะมันช่วยให้เด็ก :

  • สร้างความเชื่อมโยงทางความรู้สึก
    ทำให้ไว้วางใจและกล้าสื่อสาร

  • กระตุ้นการรับรู้ทางสังคม เด็กสามารถสังเกตสีหน้า
    และอารมณ์ของผู้อื่น ซึ่งช่วยให้เข้าใจบริบท
    การใช้ภาษา

  • พัฒนาทักษะการจดจ่อ การสบตาช่วยฝึกให้เด็ก
    มีสมาธิและจดจ่อกับบทสนทนา

  • กระตุ้นการเลียนแบบ เด็กสามารถสังเกตปาก
    และเสียงของผู้พูด ทำให้เลียนแบบ
    การออกเสียงได้ง่ายขึ้น

เทคนิคการกระตุ้นการมองหน้าสบตาในเด็ก

1. การเล่นที่เน้นปฏิสัมพันธ์

  • เล่นจ๊ะเอ๋ (Peek-a-Boo): กระตุ้นให้เด็ก
    มองหาผู้ใหญ่และสบตาขณะเล่น

  • เกมผลัดกันเล่น: เช่น การกลิ้งลูกบอลไปมา
    ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมและเพิ่มโอกาสการสบตา

  • เล่นเครื่องบิน: ให้ผู้ปกครองนอนหงาย ชันขา
    จับลูกวางบนขาและชูขึ้นเหนือลำตัว
    ใช้น้ำเสียงสนุกสนานให้เด็กสนใจ

2. ใช้ของเล่นหรือวัตถุดึงดูดความสนใจ

  • ถือของเล่นหรือวัตถุที่เด็กสนใจไว้ใกล้ระดับสายตา
    เพื่อให้เด็กที่สนใจของเล่น 
    และมองหน้าเราไปพร้อมๆ กัน

  • ใช้ของเล่นที่มีเสียงหรือแสง เพื่อกระตุ้นความสนใจ

3. สร้างสถานการณ์ที่เป็นธรรมชาติ

  • พูดคุยหรือร้องเพลงพร้อมทำท่าทางสนุกๆ
    ใกล้หน้าของเด็ก

  • ทำเสียงแปลกๆ หรือเปลี่ยนโทนเสียง
    เพื่อให้เด็กหันมามอง

4. ให้รางวัลเมื่อเด็กสบตา

  • ชื่นชม กอด หรือตบมือให้เด็กเมื่อเขาสบตา

  • ใช้คำพูดเสริมกำลังใจ เช่น “หนูเก่งมากที่มองตา!”

5. ฝึกผ่านกิจกรรมที่เด็กชอบ

  • เล่านิทานโดยสบตาและทำเสียงตัวละคร

  • ใช้กิจกรรมที่เด็กชอบ เช่น วาดภาพหรือสร้างบล็อก
    โดยหมั่นเรียกชื่อและสบตาเด็ก

6. กระตุ้นการเลียนแบบผ่านกระจก

  • ใช้กระจกเพื่อฝึกเด็กให้มองตาตัวเอง
    และผู้ใหญ่ไปพร้อมกัน เช่น เล่นทำหน้าตลก
    หรือเปล่งเสียงต่างๆ

ข้อควรระวัง

  • อย่ากดดันเด็กมากเกินไปเพราะอาจทำให้เด็ก
    รู้สึกต่อต้าน

  • ค่อยๆ เพิ่มความถี่และระยะเวลาในการฝึก 
    ให้เด็กมีเวลาปรับตัว

  • สังเกตพฤติกรรมของเด็ก หากเด็กแสดง
    ความเครียดหรือต่อต้าน ควรปรับวิธีการที่เหมาะสม

อุปกรณ์เสริม

  • ใช้เครื่องประดับหรือสติ๊กเกอร์ที่เด็กๆ สนใจติดไว้
    ใกล้ใบหน้า เป็นอีกหนึ่งเทคนิค ที่คุณครูใช้
    เพื่อกระตุ้นความสนใจของเด็กๆ ในช่วงแรก

บทสรุป

การกระตุ้นให้เด็กมองหน้าสบตาเป็นพื้นฐานสำคัญ
ที่ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะ การฝึกพูด และการสื่อสาร
อย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางที่สร้างสรรค์และสนุกสนาน
จะช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมและเรียนรู้ได้ดีขึ้นในบรรยากาศ
ที่ผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้าง
สัมพันธภาพที่ดีกับผู้ปกครอง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

  1. Harvard University Center on the Developing Child. https://developingchild.harvard.edu/

  2. Pompeu Fabra University. https://beforefirstwords.upf.edu/precursors-of-language/joint-attention/

  3. Pennsylvania State University. https://storage.outreach.psu.edu/

Q&A

คําถามที่พบบ่อย

สถาบันประเมินพัฒนาการด้านใดบ้าง

  • ใช้แบบคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัย Denver II ครอบคลุม กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ภาษา และการช่วยเหลือตนเอง เพื่อตรวจดูระดับพัฒนาการและระบุด้านที่ควรกระตุ้นเพิ่มเติม

การประเมินใช้เวลานานแค่ไหน

  • ปกติใช้เวลา 30–50 นาที แล้วแต่ลักษณะของแต่ละเคส
  • ใครเป็นผู้ทำการประเมินเด็ก

    • ผู้เชี่ยวชาญของสถาบัน ได้แก่ อาจารย์พยาบาล และครูนักจิตวิทยา ที่ชำนาญด้านการกระตุ้นพัฒนาการเด็กโดยเฉพาะ

    ต้องจองคิวล่วงหน้าหรือ Walk-in ได้เลย

    • แนะนำให้ จองคิวล่วงหน้า เพื่อได้เวลาที่แน่นอนกว่าการ Walk-in

    เรียนหนึ่งครั้งใช้เวลากี่ชั่วโมง

    • ครั้งละ ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที แบบตัวต่อตัวกับครูนักจิตวิทยา

    ต้องเรียนกี่ครั้งถึงจะเห็นพัฒนาการ

    • โดยทั่วไป 6 เดือน–1 ปีขึ้นไป จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน (ขึ้นกับแต่ละบุคคล)
    Course List

    สะพานควาย

    Tel. 096-995-6623

    เพชรเกษม81

    Tel. 062-869-8227

    นนทบุรี

    Tel. 082-694-4562

    คูคต ลำลูกกา

    Tel. 088-983-9626

    อนุบาลปาริชาต(ปทุมธานี)

    Tel. 084-582-6398

    ระยอง

    Tel. 099-591-7926

    บุรีรัมย์

    Tel. 095-604-6655


    Change to the future เราเปลี่ยนอนาคตไปด้วยกัน



    Change to the future
    เราเปลี่ยนอนาคตไปด้วยกัน