กระตุ้นการมองหน้าสบตาในเด็ก เพื่อการฝึกพูด

Blog Image

กระตุ้นการมองหน้าสบตาในเด็ก เพื่อการฝึกพูด

ความสำคัญของการมองหน้าสบตา

การมองหน้าสบตาเป็นทักษะพื้นฐานของการ ฝึกพูด โดยเด็กที่มีภาวะออทิสติกหรือเด็กที่ติดจอ
อาจพบปัญหาเรื่องนี้ การสบตาช่วยให้เด็กรับรู้และเข้าใจการสื่อสารได้ดีขึ้น เพราะมันช่วยให้เด็ก:

เทคนิคการกระตุ้นการมองหน้าสบตาในเด็ก

1. การเล่นที่เน้นปฏิสัมพันธ์

2. ใช้ของเล่นหรือวัตถุดึงดูดความสนใจ

3. สร้างสถานการณ์ที่เป็นธรรมชาติ

4. ให้รางวัลเมื่อเด็กสบตา

5. ฝึกผ่านกิจกรรมที่เด็กชอบ

6. กระตุ้นการเลียนแบบผ่านกระจก

ข้อควรระวัง

อุปกรณ์เสริม

บทสรุป

การกระตุ้นให้เด็กมองหน้าสบตาเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะการ ฝึกพูด
และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางที่สร้างสรรค์และสนุกสนานจะช่วยให้เด็กมีส่วนร่วม
และเรียนรู้ได้ดีขึ้นในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างสัมพันธภาพ
ที่ดีกับผู้ปกครอง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

  1. Harvard University Center on the Developing Child. https://developingchild.harvard.edu/

  2. Pompeu Fabra University. https://beforefirstwords.upf.edu/precursors-of-language/joint-attention/

  3. Pennsylvania State University. https://storage.outreach.psu.edu/

กระตุ้นการมองหน้าสบตาในเด็ก
เพื่อการฝึกพูด

ความสำคัญของการมองหน้าสบตา

การมองหน้าสบตาเป็นทักษะพื้นฐานของ การฝึกพูด
โดยเด็กที่มีภาวะออทิสติกหรือเด็กที่ติดจอ
อาจพบปัญหาเรื่องนี้ การสบตาช่วยให้เด็กรับรู้
และเข้าใจการสื่อสารได้ดีขึ้น เพราะมันช่วยให้เด็ก :

เทคนิคการกระตุ้นการมองหน้าสบตาในเด็ก

1. การเล่นที่เน้นปฏิสัมพันธ์

2. ใช้ของเล่นหรือวัตถุดึงดูดความสนใจ

3. สร้างสถานการณ์ที่เป็นธรรมชาติ

4. ให้รางวัลเมื่อเด็กสบตา

5. ฝึกผ่านกิจกรรมที่เด็กชอบ

6. กระตุ้นการเลียนแบบผ่านกระจก

ข้อควรระวัง

อุปกรณ์เสริม

บทสรุป

การกระตุ้นให้เด็กมองหน้าสบตาเป็นพื้นฐานสำคัญ
ที่ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะ การฝึกพูด และการสื่อสาร
อย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางที่สร้างสรรค์และสนุกสนาน
จะช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมและเรียนรู้ได้ดีขึ้นในบรรยากาศ
ที่ผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้าง
สัมพันธภาพที่ดีกับผู้ปกครอง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

  1. Harvard University Center on the Developing Child. https://developingchild.harvard.edu/

  2. Pompeu Fabra University. https://beforefirstwords.upf.edu/precursors-of-language/joint-attention/

  3. Pennsylvania State University. https://storage.outreach.psu.edu/

สร้างเมื่อ: 2025-03-07
← กลับหน้าบทความ
FAQs

Q&A

คําถามที่พบบ่อย

สถาบันประเมินพัฒนาการด้านใดบ้าง

  • ใช้แบบคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัย Denver II ครอบคลุม กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ภาษา และการช่วยเหลือตนเอง เพื่อตรวจดูระดับพัฒนาการและระบุด้านที่ควรกระตุ้นเพิ่มเติม

การประเมินใช้เวลานานแค่ไหน

  • ปกติใช้เวลา 30–50 นาที แล้วแต่ลักษณะของแต่ละเคส
  • ใครเป็นผู้ทำการประเมินเด็ก

    • ผู้เชี่ยวชาญของสถาบัน ได้แก่ อาจารย์พยาบาล และครูนักจิตวิทยา ที่ชำนาญด้านการกระตุ้นพัฒนาการเด็กโดยเฉพาะ

    ต้องจองคิวล่วงหน้าหรือ Walk-in ได้เลย

    • แนะนำให้ จองคิวล่วงหน้า เพื่อได้เวลาที่แน่นอนกว่าการ Walk-in

    เรียนหนึ่งครั้งใช้เวลากี่ชั่วโมง

    • ครั้งละ ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที แบบตัวต่อตัวกับครูนักจิตวิทยา

    ต้องเรียนกี่ครั้งถึงจะเห็นพัฒนาการ

    • โดยทั่วไป 6 เดือน–1 ปีขึ้นไป จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน (ขึ้นกับแต่ละบุคคล)
    Course List

    สะพานควาย

    Tel. 096-995-6623

    เพชรเกษม81

    Tel. 062-869-8227

    นนทบุรี

    Tel. 082-694-4562

    คูคต ลำลูกกา

    Tel. 088-983-9626

    อนุบาลปาริชาต(ปทุมธานี)

    Tel. 084-582-6398

    ระยอง

    Tel. 099-591-7926

    บุรีรัมย์

    Tel. 095-604-6655


    Change to the future เราเปลี่ยนอนาคตไปด้วยกัน



    Change to the future
    เราเปลี่ยนอนาคตไปด้วยกัน